RESERVEPAY CO., LTD.
725, S - Metro Building, 15th Floor
Unit 1501-1506, Sukhumvit Road
Khlong Tan Nuea, Watthana, Bangkok
10110 Thailand
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
บริษัท รีเซิร์ฟเพย์ จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ บริษัทจึงจัดทำประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงนโยบาย วิธีการ และวัตถุประสงค์ของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ท่านได้เข้าทำธุรกรรมหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับบริษัท
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายและระเบียบภายในของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองสิทธิของท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่จำเป็น เหมาะสม แล0ะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ใช้บังคับกับบุคคลดังต่อไปนี้
(ในส่วนนี้สามารถระบุเพิ่มเติมภายหลัง เช่น ลูกค้า ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ)
- บุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัท ซึ่งหมายถึงบุคคลธรรมดา ที่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการสมัครใช้บริการ การทำธุรกรรม หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจกระทำการแทนลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ติดต่อหรือดำเนินการใด ๆ แทนลูกค้า
- บุคคลที่ไม่ใช่ลูกค้าของบริษัท ซึ่งหมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทโดยตรง แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น บุคคลที่มีการชำระเงินให้แก่ลูกค้าของบริษัท หรือบุคคลซึ่งได้รับเงินจากลูกค้าของบริษัท บุคคลที่เข้ามาใช้บริการ ณ สำนักงานของบริษัท หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท
บริษัทจึงขอให้ท่านโปรดอ่านประกาศฉบับนี้โดยละเอียด เพื่อให้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์และแนวทางที่บริษัทใช้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้องตามกฎหมายและโปร่งใส
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลเฉพาะบุคคล ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการหรือพฤติกรรมส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ทั้งนี้ บริษัทอาจได้รับข้อมูลดังกล่าวจากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้
-
1.1
ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยตรงจากท่าน
เช่น ข้อมูลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรงผ่านแบบฟอร์มสมัครใช้บริการ, แบบสอบถาม (Survey) หรือการติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการเข้าใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มของบริษัท ซึ่งอาจมีการเก็บข้อมูลผ่านเทคโนโลยีคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน
-
1.2
ข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง
เช่น การตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ การรับข้อมูลจากพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ บุคคลที่สาม หรือหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับข้อมูลดังกล่าว
-
1.3
การขอความยินยอมและข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งใด ๆ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมหรือไม่ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลล่วงหน้า
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้
-
2.1
การเข้าทำและ/หรือปฏิบัติตามสัญญา
เพื่อให้สามารถดำเนินการตามคำขอ การสมัคร หรือการทำธุรกรรมของท่านกับบริษัทได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการให้บริการตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้
-
2.2
การให้บริการและดูแลลูกค้า
เพื่อการให้บริการหลังการขาย การช่วยเหลือด้านเทคนิค การตอบข้อซักถาม การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ และการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการ
-
2.3
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การจัดทำรายงานทางธุรกิจ การบริหารบัญชี การเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เหมาะสม และการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับลูกค้า
-
2.4
การวิเคราะห์ความเสี่ยงและการให้สินเชื่อหรือวงเงิน (ถ้ามี)
เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการอนุมัติสินเชื่อ การตรวจสอบประวัติทางการเงิน หรือการประเมินความเสี่ยงของธุรกรรม
-
2.5
การดำเนินการทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทหรือการชำระหนี้
เช่น การติดตามหนี้ การโอนหนี้ การบังคับใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการดำเนินการทางกฎหมายอื่น ๆ ที่จำเป็น
-
2.6
การบันทึกและตรวจสอบการสื่อสาร
บริษัทอาจบันทึกข้อมูลการสนทนา เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือช่องทางดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล พัฒนาคุณภาพการบริการ และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
-
2.7
การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคและการพัฒนาระบบ
ในกรณีที่ต้องใช้ข้อมูลจริงเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบ รวมถึงการทดสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพระบบของบริษัท
-
2.8
การพิสูจน์และยืนยันตัวตน
เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลของลูกค้า ผู้ใช้บริการ คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือบุคคลที่เข้ามาติดต่อในพื้นที่ของบริษัท รวมถึงการป้องกันการปลอมแปลงหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
2.9
การรักษาความปลอดภัยของสถานที่และทรัพย์สิน
บริษัทอาจบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวของบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่สำนักงาน เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย การป้องกันเหตุร้าย และการตรวจสอบในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติ
-
2.10
การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ
เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแล หรือข้อบังคับของภาครัฐ เช่น การตรวจสอบภายใน การตรวจสอบทุจริต การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การจัดทำรายงานด้านภาษี หรือการใช้เครือข่ายการชำระเงินระหว่างประเทศอย่างปลอดภัย
บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแตกต่างกันไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้
- ข้อมูลเฉพาะบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ สัญชาติ และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่สำหรับติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่สำหรับติดต่อธุรกิจ หมายเลขโทรศัพท์ธุรกิจ รายละเอียดของตัวแทนหรือผู้มีอำนาจทำธุรกรรมแทนลูกค้า และข้อมูลการติดต่อของบุคคลอ้างอิง
- ข้อมูลการระบุตัวตนและการยืนยันตัวตน เช่น ภาพถ่าย ภาพถ่ายบัตรประชาชน เลขประจำตัวประชาชน เลข Laser บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ บัตรประจำตัวคนต่างด้าว ลายมือชื่อ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และทะเบียนบ้าน
- ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพและการทำงาน เช่น สถานที่ทำงาน สถานที่ประกอบธุรกิจ ตำแหน่งในการบริหาร หรือ การเป็นเจ้าของร้านค้า
- ข้อมูลทางการเงินและความสัมพันธ์กับบริษัท เช่น ข้อมูลบัญชีร้านค้า ช่องทางการใช้บริการของบริษัท สถานะความเป็นลูกค้า ประวัติการทำธุรกรรม และบันทึกการชำระเงิน
3. หลักการในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านอย่างชัดแจ้งก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ที่บริษัทสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม
- 3.1 เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำเอกสารทางประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ งานวิจัย หรือสถิติ โดยบริษัทจะจัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน
- 3.2 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- 3.3 เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
- 3.4 เพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากกฎหมาย
- 3.5 เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านในข้อมูลส่วนบุคคล
- 3.6 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทได้คำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวอย่างสูงสุดตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
- ผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี: หากท่านอายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้แทนโดยชอบธรรมของท่านจำเป็นต้องรับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ด้วย หากท่านเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ และท่านได้อนุญาตให้ผู้เยาว์ภายใต้อำนาจปกครองของท่านใช้บริการของเรา ท่านต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้เยาว์ได้กระทำลงในระหว่างที่ใช้บริการต่าง ๆ ของเรา
- ผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี: เราไม่มีเจตนาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี หากท่านอายุต่ำกว่า 15 ปีและเราได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือท่านเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีและเราได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของท่าน โปรดติดต่อเราโดยใช้รายละเอียดการติดต่อที่กำหนดไว้ในข้อ 10 ( 10. ช่องทางการติดต่อ )
4. การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์และหลักการที่ระบุในข้อ 2 และข้อ 3 โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำเท่าที่จำเป็นและจำกัดขอบเขตให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และอาจรวมถึงบุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
-
4.1
ผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitators)
ครอบคลุมบุคคลหรือนิติบุคคลที่บริษัททำสัญญาจ้าง มอบหมาย หรือแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนทั้งหมดหรือบางส่วนในงานที่บริษัทต้องดำเนินการเอง รวมถึงผู้รับจ้างช่วง (Subcontractor) และผู้ให้บริการสนับสนุนธุรกิจ เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ การจัดพิมพ์เอกสาร และ การจัดส่ง
-
4.2
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อการดำเนินงานร่วมกัน หรือให้บริการแก่ท่านตามที่ตกลงไว้
-
4.3
หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล
เช่น หน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หน่วยงานต่อต้านการทุจริต ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร กรมบังคับคดี ศาล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
5. การเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม
บริษัท มีสิทธิในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับมาก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ โดยสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์เดิมที่ได้ระบุไว้
ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์เดิมได้ทุกเมื่อ โดยการเพิกถอนจะมีผลในอนาคตและไม่ส่งผลกระทบย้อนหลังต่อการดำเนินการที่ได้กระทำไปก่อนการเพิกถอน
6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ท่านใช้บริการหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท โดยบริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากที่ท่านยกเลิกการใช้บริการหรือยุติความสัมพันธ์กับบริษัท หากมีกฎหมายกำหนดไว้ เช่น พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ประมวลรัษฎากร รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ทั้งนี้ บริษัทจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้ สิทธิในการรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล และรับข้อมูลอื่น ๆ เช่น วิธีการที่บริษัทรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเหตุผลที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยทั่วไปท่านจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
-
7.1
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Access)
ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองรวมถึงมีสิทธิให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้
-
7.2
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)
ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
-
7.3
สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมทั้งสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น และขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
-
7.4
สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาอย่างไรก็ดีการเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
-
7.5
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)
ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด
-
7.6
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)
ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ในระหว่างรอการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้ร้องขอให้แก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้อง หรือขอให้ระงับการใช้แทนการลบข้อมูลส่วนบุคคล หรือในระหว่างการพิสูจน์ของบริษัทเพื่อปฏิเสธการใช้สิทธิคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
-
7.7
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากพบว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมแล้ว และบริษัทไม่มีอำนาจที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไป หรือในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทไม่สามารถอ้างเหตุปฏิเสธการคัดค้านได้ หรือในกรณีที่การประมวลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ดี บริษัทอาจปฏิเสธการใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
การใช้สิทธิต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีหรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถการใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถแล้วแต่กรณี
บริษัทจะจัดให้มีช่องทาง เพื่อให้ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำร้องขอข้างต้น บริษัทจะต้องแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล เมื่อบริษัทปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน และท่านเห็นว่าการปฏิเสธนั้นไม่มีเหตุผลสมควร หรือเมื่อบริษัทไม่ได้ตอบรับคำร้องของท่านภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
8. การใช้คุกกี้ (Cookies)
เว็บไซต์ของบริษัทใช้คุกกี้ทั้งของบริษัท (First party cookies) และคุกกี้ที่เป็นของบุคคลอื่น (Third party cookies) ซึ่งกำหนดและตั้งค่าโดยผู้ให้บริการบุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทใช้บริการ เพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติของการทำงานให้กับเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทอาจมีการฝังเนื้อหาหรือวีดีโอที่มาจากโซเชียลมีเดียเว็บไซต์ เช่น YouTube หรือ Facebook เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะมีการกำหนดและตั้งค่าคุกกี้ขึ้นมาเองที่บริษัทไม่สามารถควบคุมหรือรับผิดชอบต่อคุกกี้เหล่านั้นได้ ท่านควรเข้าไปอ่านและศึกษานโยบายคุกกี้ของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ของพวกเขา
บริษัทใช้คุกกี้อยู่ 2 ประเภทคือ
- Session Cookies: เป็นคุกกี้ที่จะอยู่ชั่วคราวเพื่อจดจำท่านในระหว่างที่ท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท เช่น เฝ้าติดตามภาษาที่ท่านได้ตั้งค่าและเลือกใช้ เป็นต้น และจะถูกลบออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน เมื่อท่านออกจากเว็บไซต์หรือได้ทำการปิดเว็บเบราว์เซอร์
- Persistent Cookie: เป็นคุกกี้ที่จะอยู่ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือจนกว่าท่านจะลบออก คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของบริษัท จดจำท่านและการตั้งค่าต่าง ๆ ของท่าน เมื่อท่านกลับมาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ คุกกี้ที่บริษัทใช้อาจแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ได้ดังนี้
- คุกกี้จำเป็นถาวร (Strictly necessary cookies) คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์
- คุกกี้การประมวลผลและวิเคราะห์ (Analytical/performance cookies) คุกกี้นี้ช่วยให้บริษัททราบถึงปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของบริษัทรวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ บริษัทยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และถูกนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น
- คุกกี้ฟังก์ชันการใช้งาน (Functionality cookies) คุกกี้นี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของบริษัท จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้
- คุกกี้การกำหนดเป้าหมายหรือโฆษณา (Targeting/Advertising cookies) คุกกี้นี้จะถูกบันทึกในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของท่านเพื่อช่วยจดจำการเข้าเยี่ยมของท่าน รวมถึงหน้าเพจและลิงก์ที่ท่านได้แวะเยี่ยมชมหรือที่ติดตาม ข้อมูลเหล่านี้บริษัทจะใช้เพื่อปรับเปลี่ยนเว็บไซต์และจัดแคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัทให้ตรงกับความสนใจของท่าน
- คุกกี้โซเชียลมีเดีย (Social media cookies) เว็บไซต์ของบริษัท อาจมีลิงก์ที่เชื่อมโยงไปยัง Facebook Twitter หรือโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ท่านแบ่งปันเนื้อหาจากเว็บไซต์ของบริษัท กับบุคคลอื่นบนโซเชียลมีเดียได้ รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ กับโซเชียลมีเดียเหล่านั้นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งผลที่ตามมาคือ คุกกี้เหล่านี้มีการกำหนดและตั้งค่าโดยผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียที่เป็นบุคคลภายนอก เพื่อใช้ในการติดตามกิจกรรมออนไลน์ของท่าน บริษัทไม่สามารถควบคุมข้อมูลที่มีการจัดเก็บโดยคุกกี้เหล่านี้ได้ บริษัทขอแนะนำให้ท่านเข้าไปตรวจสอบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเหล่านั้นสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้และวิธีการจัดการคุกกี้ของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย
การจัดการคุกกี้
เบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะถูกตั้งค่าให้ยอมรับคุกกี้โดยอัตโนมัติ แต่ท่านสามารถเลือกยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้จากเว็บไซต์ของบริษัทได้ตลอดเวลาโดยการตั้งค่าบนเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
9. การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขัดต่อกฎหมาย โดยมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของบริษัท
ในกรณีที่บริษัทมอบหมายให้บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานภายนอกดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัท บริษัทจะกำหนดให้บุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความลับ รักษาความปลอดภัยของข้อมูล และป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขัดต่อกฎหมาย
10. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมาย รวมทั้งแพลตฟอร์มของคลาวด์ (Cloud) ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของท่าน ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจในภาพรวม เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และเพื่อในการดำเนินกิจการของบริษัทเท่าที่จำเป็น
ทั้งนี้ ท่านตกลงและยินยอมให้บริษัทส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกนอกประเทศไทยไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่อยู่ในประเทศอื่น หรือภายใต้เขตอำนาจกฎหมายของประเทศอื่น ไม่ว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศนั้นอาจถึงเกณฑ์หรือไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย ทั้งนี้บริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสมในการคุ้มครองรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระดับเดียวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
นอกจากนี้ บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันที่อยู่ในต่างประเทศ โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการ หรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน
11. การขอความยินยอม
ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการใช้หรือให้บริการของบริษัทบางประเภทเท่านั้น เช่น ข้อมูลของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นและการได้ยิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลทางชีวภาพ (Biometric)
- เพื่อการวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติรวมถึงการพัฒนาปรับปรุงบริการหรือสินค้าของบริษัทหรือกลุ่มพันธมิตรของบริษัท ที่ไม่ใช่การดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ
- การดำเนินการทางการตลาด การนำส่งข้อเสนอสินค้าและบริการ ข่าวสาร คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ การออกกลยุทธ์ทางการตลาด การเสนอสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัท พันธมิตรทางธุรกิจหรือนิติบุคคลอื่นที่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทในการขายสินค้าหรือให้บริการ
- หากบริษัททราบอยู่ก่อนแล้วว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ ซึ่งบริษัทจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เยาว์จนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีฐานทางกฎหมายกำหนดให้บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม
12. ช่องทางการติดต่อ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
บริษัท รีเซิร์ฟเพย์ จำกัด เลขนิติบุคคลเลขที่ 0105560060533