RESERVEPAY CO., LTD.

725, S - Metro Building, 15th Floor

Unit 1501-1506, Sukhumvit Road

Khlong Tan Nuea, Watthana, Bangkok

10110 Thailand

ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

ปรับปรุงล่าสุด:

บริษัท รีเซิร์ฟเพย์ จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ บริษัทจึงจัดทำประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงนโยบาย วิธีการ และวัตถุประสงค์ของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ท่านได้เข้าทำธุรกรรมหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับบริษัท

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายและระเบียบภายในของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองสิทธิของท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่จำเป็น เหมาะสม และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ใช้บังคับกับบุคคลดังต่อไปนี้

(ในส่วนนี้สามารถระบุเพิ่มเติมภายหลัง เช่น ลูกค้า ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ)

(1) บุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัท ซึ่งหมายถึงบุคคลธรรมดา ที่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการสมัครใช้บริการ การทำธุรกรรม หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจกระทำการแทนลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ติดต่อหรือดำเนินการใด ๆ แทนลูกค้า

(2) บุคคลที่ไม่ใช่ลูกค้าของบริษัท ซึ่งหมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทโดยตรง แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น บุคคลที่มีการชำระเงินให้แก่ลูกค้าของบริษัท หรือบุคคลซึ่งได้รับเงินจากลูกค้าของบริษัท บุคคลที่เข้ามาใช้บริการ ณ สำนักงานของบริษัท หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท

บริษัทจึงขอให้ท่านโปรดอ่านประกาศฉบับนี้โดยละเอียด เพื่อให้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์และแนวทางที่บริษัทใช้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้องตามกฎหมายและโปร่งใส

1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลเฉพาะบุคคล ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการหรือพฤติกรรมส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ทั้งนี้ บริษัทอาจได้รับข้อมูลดังกล่าวจากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแตกต่างกันไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้

3. หลักการในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านอย่างชัดแจ้งก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ที่บริษัทสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทได้คำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวอย่างสูงสุดตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

  1. ผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี: หากท่านอายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้แทนโดยชอบธรรมของท่านจำเป็นต้องรับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ด้วย หากท่านเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ และท่านได้อนุญาตให้ผู้เยาว์ภายใต้อำนาจปกครองของท่านใช้บริการของเรา ท่านต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้เยาว์ได้กระทำลงในระหว่างที่ใช้บริการต่าง ๆ ของเรา

  2. ผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี : เราไม่มีเจตนาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี หากท่านอายุต่ำกว่า 15 ปีและเราได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือท่านเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีและเราได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของท่าน โปรดติดต่อเราโดยใช้รายละเอียดการติดต่อที่กำหนดไว้ในข้อ 10 ( 10. ช่องทางการติดต่อ )

 

4. การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์และหลักการที่ระบุในข้อ 2 และข้อ 3 โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำเท่าที่จำเป็นและจำกัดขอบเขตให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และอาจรวมถึงบุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้

5. การเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

บริษัท มีสิทธิในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับมาก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ โดยสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์เดิมที่ได้ระบุไว้

ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์เดิมได้ทุกเมื่อ โดยการเพิกถอนจะมีผลในอนาคตและไม่ส่งผลกระทบย้อนหลังต่อการดำเนินการที่ได้กระทำไปก่อนการเพิกถอน

6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ท่านใช้บริการหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท โดยบริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากที่ท่านยกเลิกการใช้บริการหรือยุติความสัมพันธ์กับบริษัท หากมีกฎหมายกำหนดไว้ เช่น พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประมวลรัษฎากร รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

ทั้งนี้ บริษัทจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้ สิทธิในการรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล และรับข้อมูลอื่น ๆ เช่น วิธีการที่บริษัทรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเหตุผลที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยทั่วไปท่านจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 

การใช้สิทธิต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีหรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถการใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถแล้วแต่กรณี

บริษัทจะจัดให้มีช่องทาง เพื่อให้ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำร้องขอข้างต้น บริษัทจะต้องแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล เมื่อบริษัทปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน และท่านเห็นว่าการปฏิเสธนั้นไม่มีเหตุผลสมควร หรือเมื่อบริษัทไม่ได้ตอบรับคำร้องของท่านภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

8. การใช้คุกกี้ (Cookies)

เว็บไซต์ของบริษัทใช้คุกกี้ทั้งของบริษัท (First party cookies) และคุกกี้ที่เป็นของบุคคลอื่น (Third party cookies) ซึ่งกำหนดและตั้งค่าโดยผู้ให้บริการบุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทใช้บริการ เพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติของการทำงานให้กับเว็บไซต์ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทอาจมีการฝังเนื้อหาหรือวีดีโอที่มาจากโซเชียลมีเดียเว็บไซต์ เช่น YouTube หรือ Facebook เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะมีการกำหนดและตั้งค่าคุกกี้ขึ้นมาเองที่บริษัทไม่สามารถควบคุมหรือรับผิดชอบต่อคุกกี้เหล่านั้นได้ ท่านควรเข้าไปอ่านและศึกษานโยบายคุกกี้ของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ของพวกเขา

บริษัทใช้คุกกี้อยู่ 2 ประเภทคือ

ทั้งนี้ คุกกี้ที่บริษัทใช้อาจแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ได้ดังนี้

9. การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขัดต่อกฎหมาย โดยมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของบริษัท

ในกรณีที่บริษัทมอบหมายให้บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานภายนอกดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัท บริษัทจะกำหนดให้บุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความลับ รักษาความปลอดภัยของข้อมูล และป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขัดต่อกฎหมาย

10. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มของบริษัท บริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน พันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมาย รวมทั้งแพลตฟอร์มของคลาวด์ (Cloud) ในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของท่าน ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจในภาพรวม เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และเพื่อในการดำเนินกิจการของบริษัทเท่าที่จำเป็น

บริษัทอาจจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกนอกประเทศไทยไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่อยู่ในประเทศอื่น หรือภายใต้เขตอำนาจกฎหมายของประเทศอื่น ไม่ว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศนั้นอาจถึงเกณฑ์หรือไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย ทั้งนี้บริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสมในการคุ้มครองรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระดับเดียวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย

นอกจากนี้ บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันที่อยู่ในต่างประเทศ โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการ หรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน

11. การขอความยินยอม

ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการใช้หรือให้บริการของบริษัทบางประเภทเท่านั้น เช่น ข้อมูลของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นและการได้ยิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลทางชีวภาพ (Biometric)

  2. เพื่อการวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติรวมถึงการพัฒนาปรับปรุงบริการหรือสินค้าของบริษัทหรือกลุ่มพันธมิตรของบริษัท ที่ไม่ใช่การดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ

  3. การดำเนินการทางการตลาด การนำส่งข้อเสนอสินค้าและบริการ ข่าวสาร คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ การออกกลยุทธ์ทางการตลาด การเสนอสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัท พันธมิตรทางธุรกิจหรือนิติบุคคลอื่นที่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทในการขายสินค้าหรือให้บริการ

  4. หากบริษัททราบอยู่ก่อนแล้วว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ ซึ่งบริษัทจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เยาว์จนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีฐานทางกฎหมายกำหนดให้บริษัทสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม

12. ช่องทางการติดต่อ

ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

สำนักงาน

หมายเลขติดต่อ

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)